Google Business Profile (ชื่อเดิม Google My Business) คือโปรไฟล์ธุรกิจฟรีที่ทำให้ร้านของคุณขึ้นบน Google Maps และ Google Search การปักหมุดร้านค้ามีสามขั้น: เช็กว่าธุรกิจมีสิทธิ์สมัคร เพิ่มหรืออ้างสิทธิ์โปรไฟล์ที่ business.google.com/add แล้วยืนยันตัวตนด้วยวิธีที่ Google เสนอ ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบได้ถึง 5 วันทำการ
ร้านของคุณอาจมีหมุดบน Google Maps อยู่แล้ว ทั้งที่คุณไม่เคยสร้างมันเอง ลูกค้าอาจปักไว้ให้ หรือ Google สร้างขึ้นจากข้อมูลที่หาได้
หมุดแบบนั้นไม่ใช่ของคุณ ใครก็เสนอแก้ชื่อร้าน เบอร์โทร หรือเวลาเปิดปิดได้ และเมื่อยังไม่มีเจ้าของยืนยันตัวตน ก็ไม่มีใครคอยตรวจว่าข้อมูลที่ลูกค้าเห็นยังถูกต้องอยู่
นี่คือเหตุผลที่การสมัคร Google Business Profile สำคัญกว่าแค่การปักหมุด มันคือการยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของข้อมูลชุดนั้น
บทความนี้พาคุณทำทีละขั้น ตั้งแต่เช็กว่าธุรกิจมีสิทธิ์ไหม กรอกข้อมูลอย่างไรไม่ให้โดนระงับ ยืนยันตัวตนวิธีไหนผ่านง่าย ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำในสัปดาห์แรก พร้อมกับดักที่เจอบ่อยในกรุงเทพ
เริ่มจากเคลียร์เรื่องชื่อก่อน เพราะคู่มือภาษาไทยจำนวนมากยังใช้ชื่อเก่าอยู่
Google My Business กับ Google Business Profile ต่างกันไหม
ไม่ต่าง เป็นบริการเดียวกัน Google เปลี่ยนชื่อจาก Google My Business เป็น Google Business Profile ตั้งแต่ปลายปี 2021
คนไทยยังค้นด้วยชื่อเก่าอยู่มาก ข้อมูลจาก OpenSEO เดือนตุลาคม 2026 แสดงว่า “google business profile” มีการค้นหาราว 14,800 ครั้งต่อเดือนในไทย ส่วน “google my business” ยังมีราว 8,100 ครั้ง สองคำนี้พาไปที่เดียวกัน
สิ่งที่เปลี่ยนจริงไม่ใช่ชื่อ แต่คือฟีเจอร์ Google ปิดระบบแชตในโปรไฟล์ไปตั้งแต่กลางปี 2024 และเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2025 Google ยืนยันว่ากำลังทยอยถอดส่วนถามตอบ (Q&A) ออกจากหน้าโปรไฟล์ แทนที่ด้วยปุ่มถามที่ใช้ AI สร้างคำตอบให้ลูกค้าทันที จากข้อมูลที่ธุรกิจให้ไว้และจากรีวิว
ผลคือคู่มือเก่าที่สอนให้เปิดแชต หรือให้ตั้งคำถามคำตอบเองเพื่อใส่คีย์เวิร์ด ใช้ไม่ได้แล้ว ข้อมูลที่คุณกรอกในโปรไฟล์กลายเป็นวัตถุดิบที่ AI หยิบไปตอบแทนคุณ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับงานทำ SEO ให้ถูก AI อ้างอิง
ถ้าคู่มือที่คุณกำลังอ่านอยู่เขียนก่อนธันวาคม 2025 ให้ข้ามส่วน Q&A และแชตไปได้เลย
ธุรกิจแบบไหนสมัคร Google Business Profile ได้
Google รับเฉพาะธุรกิจที่พบลูกค้าแบบตัวต่อตัว จะเป็นหน้าร้านที่ลูกค้าเดินเข้ามา หรือธุรกิจที่เดินทางไปหาลูกค้าก็ได้ ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขนี้ การสมัครไปก่อนจะสร้างปัญหาให้ทีหลัง

หน้าร้านต้องมีป้ายถาวรและมีคนประจำ
ตามแนวทางการนำเสนอธุรกิจของ Google ธุรกิจที่แสดงที่อยู่ต้องมีป้ายชื่อถาวร และมีพนักงานของคุณอยู่ประจำในเวลาทำการที่ระบุ
Virtual Office ที่เช่าไว้รับจดหมายไม่มีสิทธิ์ Co-working ก็เช่นกัน ยกเว้นออฟฟิศของคุณมีป้ายชัดเจน รับลูกค้าในเวลาทำการ และมีพนักงานของคุณเองประจำอยู่ กรุงเทพมีออฟฟิศแบบนี้เยอะมาก โดยเฉพาะแถวอโศกและสาทร
ไม่มีหน้าร้าน ให้ตั้งเป็นธุรกิจแบบให้บริการตามพื้นที่
ช่างแอร์ ช่างประปา หรือบริการทำความสะอาดที่ไปหาลูกค้า สมัครได้ในฐานะธุรกิจแบบให้บริการตามพื้นที่ (Service-area business) คุณต้องซ่อนที่อยู่ แล้วระบุเขตที่ให้บริการแทน Google แนะนำว่าพื้นที่บริการไม่ควรไกลเกินราวสองชั่วโมงขับรถจากฐานของคุณ
ถ้าคุณบริหารธุรกิจจากคอนโดที่บ้าน นี่คือตัวเลือกที่ถูกต้อง อย่าแสดงที่อยู่คอนโดเป็นหน้าร้าน
ร้านออนไลน์อย่างเดียว สมัครไม่ได้
ร้านที่ขายผ่าน Shopee, Lazada, Facebook หรือ LINE อย่างเดียว โดยไม่มีจุดให้บริการตัวต่อตัวเลย ไม่มีสิทธิ์มีโปรไฟล์ธุรกิจและยืนยันตัวตนไม่ได้ นี่คือข้อที่ผู้ประกอบการไทยถามบ่อยที่สุด และคำตอบคือไม่ได้จริง ๆ
Google Business Profile ไม่ได้เปิดให้ทุกธุรกิจที่อยากขึ้นแผนที่ แต่เปิดให้ธุรกิจที่ลูกค้าพบตัวได้จริง ณ สถานที่จริง ในงานตรวจโปรไฟล์ของ Inspira Digital Agency ในกรุงเทพ ปัญหาที่เราเจอบ่อยที่สุดไม่ใช่โปรไฟล์ที่กรอกไม่ครบ แต่คือโปรไฟล์ซ้ำซ้อน ที่นักพัฒนาเว็บสร้างไว้ตอนทำเว็บ ระบบลงข้อมูลอัตโนมัติสร้างเพิ่ม หรือที่อยู่ออฟฟิศเก่าทิ้งหมุดไว้ ลูกค้าโทรไปเบอร์ในโปรไฟล์ที่ผิด ไม่มีคนรับ แล้วคิดว่าร้านปิดไปแล้ว ปัญหาอันดับรองลงมาคือที่อยู่ที่ไม่เข้าเงื่อนไขตั้งแต่วันแรก เช่น Virtual Office หรือโต๊ะใน Co-working ซึ่งผ่านการสมัครได้ แต่เสี่ยงโดนระงับเมื่อไหร่ก็ได้ ข้อมูลธุรกิจที่ Google เชื่อถือ เริ่มจากธุรกิจที่มีตัวตนตรงกับที่อยู่จริง ไม่ใช่จากฟิลด์ที่กรอกครบ
ถ้าธุรกิจของคุณผ่านเงื่อนไขแล้ว ขั้นต่อไปคือการสร้างหรืออ้างสิทธิ์โปรไฟล์ให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก ถ้าเคยโดนระงับมาแล้ว อ่านคู่มือกู้คืนโปรไฟล์ที่ถูกระงับในไทย (ภาษาอังกฤษ) ก่อน
วิธีปักหมุดร้านค้าบน Google Maps ทีละขั้นตอน
ขั้นที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นก่อนคุณกรอกข้อมูลช่องแรก คือการเช็กว่ามีหมุดของร้านอยู่แล้วหรือยัง

ขั้นที่ 1: ค้นหาหมุดเดิมก่อนสร้างใหม่
เปิด Google Maps แล้วค้นชื่อร้านคู่กับชื่อเขตหรือย่าน เช่น ชื่อร้านตามด้วย “ทองหล่อ” หรือ “อารีย์” ลองค้นด้วยเบอร์โทรทุกเบอร์ที่ร้านเคยใช้ด้วย
ผลลัพธ์มีสามแบบ ถ้าไม่เจอเลย ให้สร้างใหม่ที่ business.google.com/add ถ้าเจอหมุดที่ยังไม่มีเจ้าของ ให้กด “อ้างสิทธิ์ธุรกิจนี้” แล้วเลือกจัดการเลย ถ้าเจอโปรไฟล์ที่มีคนยืนยันไปแล้ว เช่น เอเจนซี่เก่าหรืออดีตพนักงาน ให้ส่งคำขอเป็นเจ้าของผ่านระบบของ Google
อย่าสร้างโปรไฟล์ที่สองซ้อนกับของเดิมเด็ดขาด Google กำหนดให้มีโปรไฟล์เดียวต่อหนึ่งสถานที่ และโปรไฟล์ซ้ำคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทั้งสองโปรไฟล์หายจากแผนที่
ขั้นที่ 2: ใส่ชื่อธุรกิจตามป้ายจริงเท่านั้น
ชื่อในโปรไฟล์ต้องตรงกับชื่อที่ใช้จริงบนป้ายหน้าร้าน เว็บไซต์ และเอกสารของร้าน ห้ามเติมคำโปรโมต ชื่อย่าน ชื่อบริการ หรือเวลาทำการลงไป
ตัวอย่างเช่น “บ้านสวน กาแฟสดทองหล่อ เปิด 24 ชั่วโมง” ผิดกฎ ส่วน “บ้านสวน” ถูกต้อง ข้อมูลอย่างย่านและเวลาทำการมีช่องของมันเองอยู่แล้ว
กฎข้อนี้มีจุดที่ร้านไทยพลาดบ่อย คือการใส่ชื่อซ้ำสองภาษา เช่น “บ้านสวน Baan Suan” Google ไม่อนุญาตให้ใส่ชื่อเดียวกันซ้ำในหลายภาษาหรือหลายอักษร แม้ป้ายหน้าร้านจะเขียนทั้งสองภาษาก็ตาม เลือกชื่อที่ลูกค้ารู้จักมากที่สุดเพียงแบบเดียว คำว่า “จำกัด” หรือ “Co., Ltd.” ก็ใส่ได้เฉพาะเมื่อมีหลักฐานว่าใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อจริงอย่างสม่ำเสมอ
ขั้นที่ 3: เลือกหมวดหมู่หลักให้แม่นที่สุด
หมวดหมู่หลักมีน้ำหนักมากกว่าช่องอื่นทุกช่อง เพราะมันตัดสินว่าร้านของคุณมีสิทธิ์ขึ้นในการค้นหาแบบไหนบ้าง
ใช้คำถามของ Google เป็นตัวตั้ง: ธุรกิจนี้ “เป็น” อะไร ไม่ใช่ธุรกิจนี้ “มี” อะไร โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำ ให้เลือกหมวดโรงแรม ไม่ใช่สระว่ายน้ำ เลือกหมวดรองให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น แล้วลองเปิดดูว่าคู่แข่งสามอันดับแรกในย่านของคุณใช้หมวดอะไร
ขั้นที่ 4: กรอกที่อยู่แบบไทย แล้วลากหมุดเอง
ที่อยู่แบบไทยมีทั้งเลขที่ ซอย อาคาร ชั้น แขวง และเขต ซึ่งระบบของ Google อ่านได้ไม่แม่นเสมอไป ใส่ที่อยู่จริงในบรรทัดแรก แล้วใส่ชื่ออาคารและชั้นในบรรทัดที่สอง
จากนั้นลากหมุดไปวางที่ทางเข้าร้านจริงด้วยตัวเอง ในกรุงเทพ หมุดที่ตกผิดฝั่งซอยหรือผิดตึกในโครงการที่มีหลายอาคาร พาลูกค้าไปผิดที่ได้จริง ถ้าระบบหาที่อยู่ไม่เจอ Google อนุญาตให้ปักตำแหน่งบนแผนที่โดยตรงได้
ขั้นที่ 5: เบอร์โทร เว็บไซต์ และเวลาทำการ
ใช้เบอร์ที่ร้านควบคุมได้เองโดยตรง และเป็นเบอร์เดียวกับบนเว็บไซต์และป้ายร้าน ใส่ลิงก์เว็บไซต์ที่แทนสาขานั้น ถ้ายังไม่มีเว็บไซต์ ลองดูค่าทำเว็บไซต์ในไทยตามจริงก่อนตัดสินใจ
ตั้งเวลาทำการปกติ แล้วตั้งเวลาพิเศษสำหรับสงกรานต์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ล่วงหน้า Google ใช้ตัวกรอง “เปิดอยู่ตอนนี้” ถ้าเวลาผิด ร้านคุณจะหายจากผลการค้นหาในวันที่ลูกค้าตั้งใจหาที่สุด
ห้าขั้นนี้ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ทุกช่องที่กรอกตอนนี้คือข้อมูลที่ Google จะนำไปตรวจตอนยืนยันตัวตน
INSPIRA INSIGHT
ที่ Inspira งานของเรากับ Raintree International School เริ่มตั้งแต่โรงเรียนยังใช้ชื่อ Apple Tree Kindergarten การรีแบรนด์ครั้งนั้นหมายความว่าชื่อธุรกิจเปลี่ยนในทุกที่ที่ Google ไปดู งาน Local SEO และการลงข้อมูลธุรกิจท้องถิ่นจึงเป็นหนึ่งในสี่ส่วนของโปรแกรม ควบคู่กับงานเทคนิค คอนเทนต์ และดิจิทัลพีอาร์ การติดต่อสมัครเรียนจากการค้นหาเพิ่มจาก 9 เป็น 25 รายต่อเดือน สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ โปรไฟล์ธุรกิจไม่ได้ทำงานลำพัง ชื่อ ที่อยู่ และเว็บไซต์ต้องเล่าเรื่องเดียวกัน ทุกครั้งที่ธุรกิจเปลี่ยน
ยืนยันตัวตน Google Business Profile แบบไหนผ่านง่ายสุด
คุณเลือกวิธียืนยันเองไม่ได้ Google เป็นคนกำหนดตามประเภทธุรกิจ ข้อมูลสาธารณะ ภูมิภาค และเวลาทำการ บางโปรไฟล์อาจต้องยืนยันมากกว่าหนึ่งวิธี
ตามหน้าช่วยเหลือเรื่องการยืนยันธุรกิจของ Google วิธีที่อาจปรากฏมีห้าแบบ ได้แก่ โทรศัพท์หรือ SMS อีเมล วิดีโอที่อัดเอง วิดีโอคอลสด และไปรษณียบัตร เมื่อทำขั้นตอนเสร็จ Google ใช้เวลาตรวจสอบได้ถึง 5 วันทำการ บางกรณีอาจนานกว่านั้น แต่ถ้าคุณยืนยันเว็บไซต์ไว้ใน Google Search Console แล้ว บางครั้งโปรไฟล์จะผ่านทันที ถ้ายืนยันทางโทรศัพท์ เบอร์นั้นต้องรับสายหรือรับ SMS ได้จริง ระบบตอบรับอัตโนมัติจะไม่ได้รับรหัส สำหรับธุรกิจในกรุงเทพ ทีม Inspira Digital Agency แนะนำให้เลือกวิดีโอทุกครั้งที่มีตัวเลือกนี้ ซึ่งตรงกับที่ Google แนะนำเอง เหตุผลคือไปรษณียบัตรที่ส่งไปอาคารสำนักงานในกรุงเทพมักไปค้างอยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ รหัสหมดอายุใน 30 วัน และระหว่างรอ คุณแก้ชื่อ ที่อยู่ หรือหมวดหมู่ไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นรหัสที่ส่งมาจะใช้ไม่ได้
วิดีโอยืนยันตัวตนต้องถ่ายอะไรบ้าง
ข้อกำหนดวิดีโอของ Google ชัดเจน วิดีโอต้องถ่ายสดจากมือถือผ่านโปรไฟล์ ยาวอย่างน้อย 30 วินาที ถ่ายรวดเดียวไม่ตัดต่อ และอัปโหลดวิดีโอที่ถ่ายไว้ก่อนไม่ได้

สำหรับหน้าร้าน วิดีโอต้องแสดงสามอย่าง หนึ่ง ตำแหน่งที่ตั้ง เช่น ป้ายชื่อซอย เลขอาคาร หรือร้านข้างเคียง สอง ป้ายชื่อร้านแบบถาวรที่ชื่อตรงกับโปรไฟล์ สาม หลักฐานว่าคุณเป็นผู้ดูแล เช่น เปิดลิ้นชักเก็บเงิน เข้าครัว หรือเข้าห้องเก็บของ
ถ้าออฟฟิศอยู่ในตึก ให้เริ่มถ่ายจากป้ายซอย เดินเข้าอาคาร ผ่านป้ายรายชื่อบริษัทในล็อบบี้ ไปถึงป้ายหน้าออฟฟิศ แล้วจบที่พื้นที่ที่เฉพาะพนักงานเข้าได้ ห้ามถ่ายติดหน้าคนอื่น เลขบัญชี หรือเลขบัตรประชาชน
ถ้าวิดีโอไม่ผ่าน
Google จะบอกเหตุผล เช่น มองไม่เห็นชื่อร้านบนป้าย หรือไม่เห็นบริเวณรอบร้าน ถ่ายใหม่โดยใส่ทุกอย่างจากคลิปแรก บวกกับส่วนที่ขาด แล้วกด “ตรวจสอบปัญหา” เพื่ออัปโหลดอีกครั้ง
วางแผนเส้นทางถ่ายก่อนกดอัด การถ่ายครั้งเดียวให้ครบเร็วกว่าการแก้ทีหลังเสมอ
สมัคร Google Business Profile แล้ว ต้องทำอะไรต่อ
โปรไฟล์ที่ยืนยันแล้วแต่ข้อมูลบาง ยังแพ้โปรไฟล์ของคู่แข่งที่กรอกครบ งานสัปดาห์แรกคือเติมช่องที่ทั้งลูกค้าและ AI ใช้ตัดสินใจ
เติมข้อมูลที่ลูกค้าและ AI อ่าน
เขียนคำอธิบายธุรกิจสูงสุด 750 ตัวอักษร บอกว่าคุณทำอะไร ให้ใคร ที่ไหน ห้ามใส่ลิงก์และห้ามเน้นโปรโมชันหรือราคา เพิ่มบริการทีละรายการพร้อมคำอธิบาย และตอบคุณลักษณะทุกข้อที่ Google ถาม เช่น ที่จอดรถหรือทางสำหรับรถเข็น
อัปโหลดรูปจริง ทั้งหน้าร้านจากฝั่งถนน ทางเข้า ภายในร้าน และทีมงาน แล้วเพิ่มรูปใหม่ทุกเดือน แทนที่จะอัปโหลดทีเดียวหลายสิบรูปแล้วทิ้งไว้
วางลิงก์ LINE ไว้บนเว็บ ไม่ใช่รอแชตใน Google
ลูกค้าไทยจำนวนมากติดต่อร้านผ่าน LINE แต่ Google ไม่มีปุ่ม LINE ให้ และระบบแชตในโปรไฟล์ก็ถูกปิดไปแล้ว ให้ลิงก์เว็บไซต์ในโปรไฟล์ชี้ไปหน้าที่มีปุ่ม LINE ชัดเจน แล้ววัดจำนวนคลิกปุ่มนั้น
ขอรีวิวจากทุกคน โดยไม่ใช้สคริปต์
ขอรีวิวจากลูกค้าทุกคนหลังใช้บริการไม่นาน อย่ากรองเฉพาะลูกค้าที่พอใจ อย่าตั้งโควตารีวิวให้พนักงาน และอย่าขอให้ลูกค้าเอ่ยชื่อพนักงานหรือคำที่กำหนดไว้ ตั้งแต่เมษายน 2026 Google เขียนสองข้อหลังนี้เป็นการปั่นคะแนนไว้ในนโยบายอย่างชัดเจน ตอบทุกรีวิว รวมถึงรีวิวที่ดี
การตั้งค่าเสร็จไม่ได้แปลว่าติดอันดับ อันดับบนแผนที่ขึ้นกับความเกี่ยวข้อง ระยะทาง และความโดดเด่น ซึ่งเป็นงานอีกชุดหนึ่ง ดูรายการช่องที่ควรเติมต่อได้ในเช็กลิสต์ปรับแต่ง Google Business Profile (ภาษาอังกฤษ) และถ้าโปรไฟล์ยืนยันแล้วแต่ยังหาไม่เจอ อ่านสาเหตุที่ธุรกิจไม่ขึ้นบน Google Maps
คำถามที่พบบ่อย
สมัคร Google Business Profile เสียเงินไหม
ไม่เสียเงิน การเพิ่ม อ้างสิทธิ์ และยืนยันโปรไฟล์ธุรกิจบน Google ทำได้ฟรีทั้งหมด ระวังผู้ที่โทรมาอ้างว่าเป็น Google และเรียกเก็บค่ายืนยันหรือค่ารักษาหมุด Google ไม่เคยขอรหัสยืนยันจากคุณ และคุณไม่ควรส่งรหัสนั้นให้ใคร แม้แต่ผู้ที่ช่วยดูแลโปรไฟล์ สิ่งที่อาจมีค่าใช้จ่ายคืองานปรับแต่งและดูแลโปรไฟล์ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นงานคนละส่วนกับการสมัคร
ปักหมุดร้านค้าแล้ว นานแค่ไหนถึงขึ้น Google Maps
หลังทำขั้นตอนยืนยันตัวตนเสร็จ Google ใช้เวลาตรวจสอบได้ถึง 5 วันทำการ บางกรณีนานกว่านั้น ถ้าต้องยืนยันด้วยไปรษณียบัตร รหัสส่วนใหญ่มาถึงภายใน 14 วัน และหมดอายุใน 30 วัน ระหว่างรอ อย่าแก้ชื่อ ที่อยู่ หรือหมวดหมู่ และอย่าขอรหัสใหม่ เพราะจะทำให้รหัสเดิมใช้ไม่ได้และเสียเวลานานขึ้น
ไม่มีหน้าร้าน ปักหมุดบน Google Maps ได้ไหม
ได้ ถ้าคุณเดินทางไปให้บริการลูกค้า เช่น ช่างแอร์หรือบริการทำความสะอาด ให้ตั้งเป็นธุรกิจแบบให้บริการตามพื้นที่ ซ่อนที่อยู่ แล้วระบุเขตที่ให้บริการแทน แต่ถ้าคุณขายออนไลน์อย่างเดียวผ่าน Shopee, Lazada หรือ LINE โดยไม่มีการพบลูกค้าตัวต่อตัวเลย Google ไม่อนุญาตให้มีโปรไฟล์ธุรกิจ และจะยืนยันตัวตนไม่ผ่าน
ใส่ชื่อร้านทั้งภาษาไทยและอังกฤษในโปรไฟล์ได้ไหม
ไม่ควร แนวทางของ Google ห้ามใส่ชื่อเดียวกันซ้ำในหลายภาษาหรือหลายอักษร แม้ป้ายหน้าร้านจะเขียนทั้งสองภาษาก็ตาม เลือกชื่อแบบที่ลูกค้ารู้จักและเรียกมากที่สุดเพียงแบบเดียว แล้วใช้คำอธิบายธุรกิจ บริการ และโพสต์ เพื่อสื่อสารกับลูกค้าอีกกลุ่มภาษา การยัดชื่อสองภาษาหรือเติมคีย์เวิร์ดในชื่อ คือสาเหตุยอดนิยมของการโดนระงับโปรไฟล์
มีคนปักหมุดร้านเราไว้แล้ว ต้องทำอย่างไร
เปิดหมุดนั้นบน Google Maps แล้วดูว่ามีปุ่มอ้างสิทธิ์ธุรกิจหรือไม่ ถ้ามี แปลว่ายังไม่มีเจ้าของ กดอ้างสิทธิ์แล้วยืนยันตัวตนได้เลย ถ้าโปรไฟล์ถูกยืนยันโดยคนอื่นแล้ว เช่น เอเจนซี่เก่าหรืออดีตพนักงาน ให้ส่งคำขอเป็นเจ้าของผ่านระบบของ Google อย่าสร้างโปรไฟล์ใหม่ซ้อน เพราะโปรไฟล์ซ้ำอาจทำให้ทั้งสองโปรไฟล์หายจากแผนที่
ยืนยันตัวตนด้วยวิดีโอไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร
เข้าโปรไฟล์บนมือถือ แล้วกดตรวจสอบปัญหา Google จะบอกว่าวิดีโอขาดอะไร เช่น มองไม่เห็นชื่อบนป้าย ไม่เห็นบริเวณรอบร้าน หรือไม่มีหลักฐานว่าคุณเป็นผู้ดูแล ถ่ายใหม่รวดเดียวอย่างน้อย 30 วินาที ใส่ทุกอย่างจากคลิปแรกบวกส่วนที่ขาด ถ้ายังไม่ผ่าน ลองวิธียืนยันอื่นที่โปรไฟล์ของคุณมีให้เลือก ก่อนติดต่อทีมช่วยเหลือของ Google
บทสรุป
Google Business Profile ไม่ใช่แค่หมุดบนแผนที่ แต่คือหลักฐานว่าคุณเป็นเจ้าของข้อมูลที่ลูกค้าเห็นก่อนตัดสินใจเดินเข้าร้าน
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าธุรกิจแบบไหนสมัครได้ ทำไมต้องค้นหมุดเดิมก่อนสร้างใหม่ ชื่อสองภาษาผิดกฎอย่างไร และทำไมวิดีโอคือทางยืนยันที่เร็วที่สุดสำหรับร้านในกรุงเทพ
ทำห้าขั้นนี้ให้ถูกครั้งเดียว ดีกว่าแก้โปรไฟล์ที่โดนระงับไปอีกหลายสัปดาห์ เมื่อโปรไฟล์พร้อมแล้ว งานต่อไปคือทำให้มันชนะคู่แข่งบน Map Pack ถ้าอยากให้ทีมที่ทำงานนี้ทุกวันช่วยดู Inspira Digital Agency รับงาน Local SEO กรุงเทพ ตั้งแต่ตรวจโปรไฟล์ไปจนถึงติดอันดับบนแผนที่



